คำถาม

posted on 08 Jan 2011 22:01 by babytao
หากโชคชะตาพาให้เราได้รู้จัก ได้ใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคยกับใครสักคนแล้ว ในวันนึง เราจะลืมคนๆนั้นได้จริงหรือ ในเมื่อสติสัมปชัญญะยังครบ และความทรงจำยังคงทำหน้าที่ของมัน คนเราจะลืมคนที่สนิทกันขนาดนั้นได้อย่างไร
หากวันนึงฉันจากโลกนี้ไป เราคงไม่ทันได้บอกลา
..
..
..
คิดถึงพี่ก้อง
    

ณ วันหนึ่ง

posted on 21 Oct 2010 09:55 by babytao
วันที่ใจคิดถึง ฉันจึงกลับมา
แม้จะพบว่า แถวนี้ไม่มีใคร
แต่ไม่เป็นไร หัวใจยังยินดี
แด่..กาลเวลาที่ผ่านไป
แด่..หัวใจดวงเดิม

แด่เขาคนนั้น

posted on 29 Jun 2010 05:16 by babytao

เจ้าของวาทะเหงาๆเหล่านั้นเขาคือคนพิเศษของฉัน

ในทุกวันที่ฉันดำรงอยู่ ไยไม่มีค่าพอชดเชยความเหงาของเขาได้เลย

ทั้งหมดของฉัน มันไม่มากพอ หรือที่เขาเฝ้ารอ มันมากเกินไป  

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ..

บนหัวไหล่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ คือที่ๆฉันอยากมีลมหายใจเฮือกสุดท้าย

ทุกคราวที่ร่างอันอ่อนล้าของฉันถูกจัดวางไว้ที่ตรงนั้น ..

เธอรู้ไหม ฉันไม่อยากไปไหนอีกเลย อยากให้โลกแตกสลายในนาทีนั้น ..

ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนในใจของเขา กับฉันที่อยู่ในดวงตาของเขา เราต่างกันแค่ไหน ..

ฉันไม่ใส่ใจว่า .. นอกจากฉัน ในดวงตาเขา มองเห็นใคร 

รู้เพียงแต่ คนในดวงตาและในหัวใจแคบๆของฉัน ..

คือคนที่ยืนต่อหน้าเขาทุกคราวที่เขาส่องกระจกเงา  

 

 

ไม่ได้รัก แค่ได้รักก็ยังดี

 

 

 

 

เข้าใจมั้ยย??

posted on 30 May 2010 09:58 by babytao

เพราะเธอคือคนที่ฉันเฝ้ารอ

เธอคนที่ฉันเข้าใจ ว่าเธอคือคนนั้น ที่ฉันฝันใฝ่

ต่อให้ต้องรออีกนานเท่าไรฉันก็ยอม


เธอคือเหตุผลที่ฉันต้องทน ปวดใจในยามที่ฉันสับสน
เพราะรักเธอคนนี้ ฉันเลยอดทน จะคิดยังไงก็ตามใจเธอ ...

ไม่ชินนนน!!

posted on 27 Mar 2010 18:25 by babytao

ต้องย้ายบ้านอีกแล้ว .. ครบปี ย้ายที .. ของเก่ายังแกะออกจากห่อไม่หมดเลย ย้ายอีกที ..ชีวิตเล็กลงอีกครึ่ง

 

ย้ายที่อยู่บ่อยนี่ก็ดีนะ ย้ายบ้านที สมบัติหายไปครึ่งนึง

 

ตั้งแต่เกิดมา ย้ายมากี่บ้านแล้วหว่า .. ,,

สิบเอ็ดขวบย้ายที่อยู่ครั้งแรก ห่างจากบ้านมา 200กว่าโล มาอยู่รร.ประจำที่สุขุมวิท ละก็นอนบ้านป้าที่สีลม อยู่มาตลอดชีวิตมัธยม 6-7ปีเดินทางไปๆมาๆอยู่กับการก่อสร้างรถไฟฟ้า เบื่อเมือหลวงไปเลย ..

ย้ายอีกทีตอนมหาลัย .. ด้วยเหตุผลจากเพื่อนเหม่ง บอกว่า .. กุว่าที่นี่เมิงอยู่ได้!! .. เชื่อเพื่อนทั้งที่ไม่เคยไปที่นั่น เลยเลือกเอ็นท์ทรานซ์ที่มหาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอิสานของไทย,, ห่างจากบ้านราว 700กว่าโล .. ถึงจะอยู่แค่ 5 ปีแต่ก็เป็น 5 ปี ที่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ..

หลังจากหมดภาระเรื่องเรียน ย้ายสมบัติกลับบ้าน .. แต่ตัว ไปอีกทาง .. คราวนี้ ลอยไปครึ่งโลกเลย เก๋ๆ .. ห่างจากบ้านกี่ กิโลไม่รู้ รู้แต่ เวลา ช้ากว่าไทย 12ชม. อยู่ที่นั่นไม่นานเท่าไหร่ แต่นอนหลายบ้าน ย้ายที่นอนเป็นว่าเล่น ทั้งโรงแรม บ้านเช่า บ้านเพื่อนที่เป็นคนที่นั่น บ้านเจ้านาย ได้นอนในคอนเทนเนอร์ด้วย .. จะว่าไปตอนอยู่นั่น เป็นชีวิตเล็กๆที่คล่องตัวมากทีเดียว 

กลับมาเมืองหลวงอีกรอบ หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำข้ามทะเลมาแสนไกล มาสิงสถิตย์ เป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ใจกลางกรุงสักพัก .. ย้ายบ้านอิกล้ะ .. จากสีลม มา ณ สุขุมวิท .. รถติดเหมือนเดิม แต่มีรถไฟฟ้า และ มีอิสระมากกว่าตอนเป็นเด็กมัธยมเยอะ .. เป็นการกลับมากองรวมกันของ3 พี่น้องท้องเดียวกันในรอบ 15 ปี อยู่ด้วยกันได้ปีเดียว ถึงไม่ได้ทะเลาะ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง(ไม่เกี่ยวหรอก) ทำให้เราต้องแยกย้ายกันอีกรอบ .. 

..

..

ณ เวลานี้ .. มีนา ปี 53 ได้ฤกษ์ อพยพถิ่นฐาน อีกครั้ง

ต้องไปอยู่ไหนไม่รู้ อาจย้ายไปสิง ที่ออฟฟิสที่สีลม(อีกกกก!!) หรือหาพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆอย่างน้อยก็ 9 ตารางเมตร+ห้องน้ำ+ระเบียง เป็นเซฟเฮ้า ไว้หลบร้อน ..  .. 

..

.. 

ต่อให้ย้ายที่อยู่อีก10ครั้ง ก็ยังไม่ชิน .. ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเลยจิงๆ แต่ครั้งสุดท้าย คงเหลือแต่ตัว กับพื้นที่แคบๆ แคบขนาดที่ว่าได้แต่นอนนิ่งๆไม่ต้องหายใจ .. และไม่ต้องไปไหนอีก .. 

การบ้าน^^

posted on 16 Feb 2010 06:26 by babytao

นอกจากมันจะทำให้รู้ว่าใครห่วงเรา ก็ไม่เห็นมันมีประโยชน์ไรเล้ยย ..

มันไม่ได้ดีต่อร่างกาย แต่มันดีต่อจิตใจ .. มันทำให้หายเครียด

ก็เครียดด้วย อยากหายด้วย ลองมั่งดิ่

ไม่เคยก็ห้ามลอง ,,

ก็อยากหายเครียดบ้างง ที่ตัวเองยังทำได้เลยอะ...

ไม่ได้ ไปหามาเป็นการบ้าน

ง่ะ??!!

.. ..

เพราะเป็นคุณครูสินะ .. เอะอะก็ให้การบ้านกันงี้ .. จะลอกเพือนส่งก็ใช่ที่ โตป่านนี้ ไม่ได้เรียนอีกต่างหาก อยู่ดีๆก็มีการบ้านทำ ..

.. ..

ลอกใครดีหว่า >,<"

.. ..

 

 

 

เรื่องไร้สาระ

posted on 20 Jan 2010 19:35 by babytao

ก็แค่ผลประโยชน์สูง .. แล้วยังไง?

มันเป็นเหตุผลทางธุรกิจ .. แล้วยังไง?

..

..

ถ้าใครรู้จักเค้าอย่างเรา จะว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี่มันไม่มากเลย เรากับเค้าก็แค่คนสองคนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง เรารับรู้ทั้งภาระและความกดดันที่เพื่อนเรามี ทั้งเรื่องลูก เรื่องงาน แล้วก็หนี้สินจากการทำธุรกิจคราวก่อน .. เราไม่มีภาระอะไรเลย ไม่มีลูก ไม่มีแฟน ไม่มีหนี้ .. เรามีแค่สมองกลวงๆ ร่างกายที่อ้วนเตี้ยและดำ แล้วก็หัวใจช้ำๆอีกอัน .. เหมือนเราไม่มีอะไรที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเค้าได้เลย แต่เรามีความตั้งใจที่จะช่วยเพื่อนเราจริงๆ เราสองคนพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยให้กิจการที่เค้าทำอยู่ มันเติบโตขึ้น .. เรา ในฐานะที่ปรึกษาที่ส่วนมากจะฟัง ฟังเรื่องต่างๆด้วยความหดหู่ แล้วก็ช่วยกันคิดหาทางออกที่ดีที่สุด เป็นกำลังเสริมให้เค้ายามที่เค้าเรียกหา .. เราอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ไม่มีเงินเดือน .. รายได้ของเราที่ได้จากเค้า แค่ทิปที่ช่วยเค้าขายสินค้าได้แค่นั้น ไม่ได้มาก แต่ก็มากพอสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวเรา .... เราพอใจที่จะฟังและแชร์ความคิดกัน เราดีใจที่มีโอกาสได้ทำแบบนี้

..

เราไม่เข้าใจว่า การที่เราทำแบบนี้ มันไปขัดอะไรใคร ทำไมต้องว่าเรา ไม่ให้ความร่วมมือไม่พอ ดีไม่ดีก็พาลเหน็บแนมไปถึงเพื่อนเรา .. จริงที่ธุรกิจเค้ากำลังไปได้ดี แต่ .. เรากับเค้า กำลังคิดถึงอนาคต อยากจะไปให้ไกลกว่านี้ ไตร่ตรองดูแล้วศักยภาพเราน่าจะพอไปตรงนั้นได้ ค่อยๆเดินไปด้วยกัน แต่ทำไม การขอรับข้อมูลและความร่วมมือจากคนรอบตัวเรา มันช่างเปี่ยมไปด้วยความริษยาอย่างงี้(วะ) หรือนี่คืออีกเหตุผลนึงของธุรกิจ .. ,,

..

เรากับเพื่อนคนนี้ มีแนวทางการดำเนินชีวิตที่คล้ายกัน ต่างกันตรงที่เราเกิดช้ากว่าเค้า 14 ปี เพื่อนเราดำเนินธุรกิจด้วยเลข 7 หลัก แต่ยอดหนี้สินราว 8-9 หลัก ..

ก็คนเค้ามีหนี้ ..

ช่วยเพื่อนทำงานใช้หนี้ ผิดตรงไหนวะ!!

 

ขอบคุณๆ

posted on 18 Jan 2010 22:30 by babytao

เราไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ใครเค้าอาจจะหวังดี หรือบางทีก็ประสงค์ร้าย สุดแท้แต่ชะตาจะพาไปพบ แค่เรายังระลึกได้ว่าเราเป็นใคร กำลังทำอะไร เพื่อใคร .. แค่นั้นก็พอ

 

ถ้าพรุ่งนี้แปดโมงเช้า หลังเคารพธงชาติไทย โลกจะแตกสลายแล้วทุกคนต้องตาย อย่างน้อยคนๆนึงจะไม่เสียใจเลย เพราะ เค้าได้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 

ขอบคุณสำหรับทุกโอกาสที่หยิบยื่นให้กัน ขอบคุณจริงๆ ขอให้โชคดี 

อะไรก็ได้

posted on 18 Jan 2010 13:17 by babytao

ให้ทำก็ทำ ให้ไปก็ไป ให้หยุดก็หยุด ,,

 

เหนื่อยก็เหนื่อย ง่วงก็ง่วง ตังก็ให้ ลำบากก็ทน อดก็ยอม ,,

 

ทำไปทั้งหมด แค่กลัวบาป แค่นั้นเอง

ตามไม่ทัน

posted on 15 Jan 2010 16:59 by babytao

เอาอีกและ ชีวิต มีด่านยากให้มาลองภูมิตลอด..

จากที่เคยมีเวลาเป็นของตัวเอง วันละ 24ชม.ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ แต่ที่เลือกทำก็แค่ฝังตัวอยู่ในบ้าน ตื่นเช้ามาเล่นเปียโน เหนื่อยก็นอนเกาพุง ง่วงก็หลับ ตื่นมาก็เล่นเนดงี่เง่างอแงไปวันๆ  ใช้เงินวันละ 32 บาท .. แค่นั้นก็มีความสุขนักหนาแล้ว ..

แต่หลังจากที่ใจง่ายกับคำชวนของใครคนนึงไป

ชีวิตหลายวันนี้ ก็กลายเปนงี้ ..

ศ. - เช้าเดินทางมาบ้านนอก บ่ายเริ่มงาน พบลูกค้าถึงเย็น กลับมาก็ทำขนม จนดึก

ส.- เช้าไปออฟฟิสทำบัญชีลิสรายการสินค้า แพคสินค้า บ่ายก็พบลูกค้า เย็นก็ไปงานเลี้ยง ไปตีกะเด็กน้อยหนุกดีเพราะชนะมัน :P

อา.- ทำขนมวุ่นวายจนเที่ยง บ่ายไปนั่งเหม่อริมทะเลจนเย็น .. ค่ำก็กลับมานอน

จ.-นอนสำออย ปวดท้อง ปวดหัว เมื่อยตัว งี่เง่า งอแง ไร้สาระ ทำตัวเป็นซากเต่าววแห้งเหี่ยวไร้คนเหลียวแล

อ.-เช้าเดินทางไกลอีกรอบเข้าออฟฟิสที่สีลม บ่ายเจอลูกค้ายันค่ำ ดึกก็กลับบ้านนอน

พ.-เข้าออฟฟิสแต่เช้า ถ่ายรุปๆๆ บ่ายออกไปคุยกะลูกค้า ค่ำกลับมาคุยกะลูกค้าที่ออฟฟิส หาข้อมูลให้ลูกพี่จนดึก กลับบ้านมา ก็ปิ้นงานจนเกือบเช้า แล้วก็แอบนอนทั้งที่งานยังไม่เสร็จ.. แต่ช่างหัวมัน เหนื่อยเว้ยยย ไม่ทำแล้วว

พฤ.-แบกอุปกรณ์ที่เหลือไปออฟฟิส หนักมากก ง่วงมากกกกกก ปวดหัวมากกกกกก บ่ายก็ออกไปหาลูกค้าตามประสา .. เย็นก็เก็บสมบัติ กลับบ้านนอกอีกรอบ

ศ.-ปวดหัว ง่วงนอน คุยงานตอนเที่ยง แล้วก็หนีกลับบ้าน นั่งมึนตั้งแต่บ่ายสอง จนตอนนนี้ เกือบทุ่มละ .. คืนนี้เซตสตูถ่ายรูป processรูป เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ..

 

..

..

แล้ววววจะเอาเวลาไหนไปเกาวววพุง??!

เห้ออ .. อ .. อ